รองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู

การรองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู ต่างจากการเสริมด้วยซิลิโคนธรรมดาแบบไม่รองปลายจมูกยังไง?

การ รองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู ต่างจากการเสริมด้วยซิลิโคนธรรมดาแบบไม่รองปลายจมูกยังไง? การเสริมแล้ว รองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู เป็นการผ่าตัดแผลเล็กๆที่หลังใบหูของเราแล้วเอามารองที่ปลายซิลิโคนนั่นเอง แต่จะไม่ทำให้ใบหูของเราผิดรูปแน่นอน เพราะนำกระดูกอ่อนบริเวณโค้งของใบหูออกมานิดเดียวเท่านั้น นำมาเหลาให้เนียนกริบให้เข้ากับซิลิโคนและทรงจมูกของเราเพื่อเปลี่ยนรูปร่างของจมูกตามความสมดุลของใบหน้า แต่การเสริมด้วยซิลิโคนธรรมดาก็จะไม่ช่วยเรื่องจมูกสั้น จมูกไม่มีทรงหยดน้ำและไม่สามารถทำให้ ปลายพุ่งเชิดได้ ยาชา VS ยาสลบ ในการศัลยกรรมจมูก คลินิกสมบูรณ์การแพทย์ คุณหมอได้เลือกใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) เนื่องจาก ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัด มีความเสี่ยงน้อยกว่าดมยาสลบหรือยาเบลอ Adrenaline ในยาชาทำให้ไม่มีเลือดออกจำนวนมากระหว่างการผ่าตัด สามารถดูทรงจมูกกับคุณหมอได้ระหว่างการผ่าตัดก่อนการเย็บปิด ระยะพักฟื้นสั้นกว่าผ่าตัดเสร็จกลับบ้านได้เลย หมายเหตุ ถึงแม้ยาชาจะมีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้ยาระงับความรู้สึกชนิดอื่น แต่ก็มีผลข้างเคียงอยู่ ท่านใดที่เคยมีประวัติแพ้ยาชาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การใช้ยาชาต้องเป็นไปตามปริมาณและวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสมเสมอ เพื่อประสิทธิผลทางการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้รับบริการโดยแพทย์ต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการอันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถเตรียมการรักษาช่วยเหลือผู้รับบริการได้อย่างทันท่วงทีหากผู้ป่วยมีอาการแพ้ยาหรือมีอาการเจ็บป่วยใด ๆ ปรากฏขึ้น

ยาชาเฉพาะที่

ความหมายของยาชาเฉพาะที่(Local Anesthesia)

ยาชาเฉพาะที่ VS ยาชาเฉพาะบริเวณ ต่างกันอย่างไร? | SB Clinic ยาชาเฉพาะที่ บริเวณ (Regional Anesthesia) เราจะรู้สึกชาเฉพาะที่ หรือ อธิบายให้เข้าใจง่าย คือ ชาในวงกว้างกว่า เนื่องจากเป็นการฉีดยาชาเข้าไปรอบๆ กลุ่มเส้นประสาทบริเวณที่จะทำการผ่าตัด เพื่อให้ร่างกายส่วนนั้นเกิดการชา เราจะไม่รู้สึก เช่น จมูก ปาก แขน ขา ขณะทำผู้ป่วยจะยังรู้สึกตัว และมีสติอยู่ตลอดเวลา ความหมายของ ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) ยาชาเฉพาะที่ คือการฉีดยาชาเฉพาะจุดลงไปบริเวณที่ต้องผ่าตัด เช่น ปลายจมูก หรือปาก เพื่อทำให้เส้นประสาทส่วนนั้น “ชา” และไม่รู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการ– ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและมีสติ– มักใช้กับการเสริมจมูกแบบทั่วไป หรือหัตถการเล็ก ๆ– ฟื้นตัวไว ไม่ต้องนอนพัก ความหมายของยาชาเฉพาะบริเวณ (Regional Anesthesia) ยาชาเฉพาะบริเวณ หรือที่เรียกว่า Regional Anesthesia เป็นการฉีดยาชาเข้าไปรอบ ๆ กลุ่มเส้นประสาทเพื่อทำให้ร่างกายส่วนนั้น “ชาในวงกว้าง” เช่น จมูก ปาก แขน หรือขา✅ เหมาะกับหัตถการที่ต้องการความลึกของความชาในพื้นที่กว้าง✅ ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและมีสติ เช่นเดียวกับยาชาเฉพาะที่✅ มักใช้กับการศัลยกรรมที่ต้องใช้เวลานาน หรือมีความซับซ้อนมากขึ้น ยาชา vs ยาสลบ ต่างกันอย่างไร? 1.ยาชา คือ ทำให้ชาเฉพาะจุด หรือ บริเวณ แต่ยาสลบจะทำให้หลับ มีการฉีดยาแก้ปวดร่วม 2.ยาชา เหมาะกับการผ่าตัดเล็กเฉพาะที่ ส่วนยาสลบเหมาะกับการผ่าตัดใหญ่ ทำในโรงพยาบาล และทำโดยวิสัญญีแพทย์เท่านั้น 3.ยาชา คือ การฉีดไปที่บริเวณ หรือ จุดที่ทำ แต่ยาสลบจะต้องฉีดเข้าเส้นเลือดหรือดมยา 4.ยาชา อาจจะเจ็บในกรณีที่ผ่าการผ่าตัดล่าช้าเกินเวลาที่ยาชาออกฤทธิ์ ส่วนยาสลบ อาจจะตื่นมาพบมีอาการมึน เวียนศีรษะ หรือบางรายอาจคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งตรงนี้แพทย์จะป้องกันได้โดยการตรวจร่างกาย 5.การผ่าตัดโดยใช้ยาชา ค่าใช้จ่าย ไม่สูง เท่ากับการดมยาสลบ เพราะสามารถทำได้โดยแพทย์ผ่าตัด แต่ยาสลบต้องใช้วิสัญญีแพทย์เข้ามาดูแลเพิ่มเติม

ความหมายของยาสลบ และการนอนหลับ

ความหมายของยาสลบ (General Anesthesia) และ การฉีดยานอนหลับ (IV Sedation)

คือ ยาที่ถูกใช้เพื่อทำให้ผู้ป่วยหมดสติ เอื้อประโยชน์ต่อขั้นตอนการรักษา อย่างการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้เวลานาน ทำให้เกิดความเจ็บปวดมาก หรืออาจกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีวิสัญญีแพทย์ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ยาชาและการวางยาสลบ เป็นผู้วางยาสลบด้วยการฉีดยาเข้าสู่เส้นเลือด หรือให้ผู้ป่วยดมยาในรูปแบบก๊าซ ผู้ป่วยจะรู้สึกง่วงนอน และหมดสติไปในที่สุด โดยที่ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวและไม่รู้สึกเจ็บปวดในระหว่างทำการรักษา ที่คลินิก สมบูรณ์การแพทย์ ทำไม คุณหมอ ถึงไม่เลือก ใช้การดมยาสลบ หรือ การฉีดยานอนหลับ ในการทำศัลยกรรมจมูก การดมยาสลบและการฉีดยานอนหลับมีความเสี่ยงต่อการกดการหายใจอาจทำให้เสียชีวิตได้ ต้องมีการตรวจร่างกายและเลือดก่อนเพราะร่างกายต้องแข็งแรงสมบูรณ์จริงๆ ต้องมีการตรวจเอ็กซเรย์ปอดเพื่อตรวจประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจ ปัญหาเรื่องการแพ้ยาซึ่งบางที่ผู้ใช้บริการไม่ทราบมาก่อนว่าแพ้ยาอะไรมาบ้าง จึงทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะฉะนั้นการฉีดยาชาศัลยกรรมจมูก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูกและหลังหูนั้น ใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น อาจจะมีความเจ็บจิ้ดๆ เหมือนกับการฉีดโบท๊อกส์ หลังจากยาชาออกฤทธิ์ ก็จะไม่มีความเจ็บปวดแต่อย่างใดในระหว่างการผ่าตัด การฉีดยาชาถึงแม้จะเจ็บจริง แต่กินเวลาสั้นมากและความเสี่ยงน้อยกว่า แถมยังได้ดูทรงจมูกกับคุณหมอด้วย ระหว่างผ่าตัด

การรองปลายจมูกคืออะไร

การรองปลายจมูก คืออะไร ?

การรองปลายจมูก คืออะไร ? การรองปลายคือ การเพิ่มความหนาของปลายจมูกหรือปรับรูปทรงจมูก เช่น จากปลายจมูกสั้นให้ดูยาวขึ้น ปรับให้ดูเชิดขึ้นหรือทรงสวยมากขึ้นและลดความเสี่ยงการทะลุของซิลิโคน ซึ่งเราจะนำวัสดุมารองส่วนปลายจมูก โดยจะเป็นวัสดุที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง หรือวัสดุที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมา วัสดุที่ใช้ในปัจจุบันสำหรับการรองปลายมีดังนี้ 1. กระดูกอ่อนหลังหู คือการนำกระดูกอ่อนบริเวณใบหูออกมาเพื่อรองปลาย ซึ่งตัวกระดูกอ่อนนี้จะเป็นโครงสร้างส่วนหนึ่งของใบหู แต่ไม่มีผลทำให้โครงสร้างใบหูผิดรูปแต่อย่างใด 2. เนื้อเยื่อก้นกบ/เนื้อเยื่อขมับและเนื้อเยื่อรักแร้ เป็นเนื้อเยื่อในส่วนที่มีชั้นหนาของตัวไขมัน ซึ่งเป็นส่วนที่ยืดหยุ่นได้ดีในการนำมารองปลาย พื้นผิวที่บางและอ่อนนุ่ม มักถูกใช้เพื่อห่อวัสดุเสริมเทียม เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังของจมูกบางและ แดงเนื่องจากแรงดันของวัสดุเสริมเทียม 3. เนื้อเยื่อกกหู เป็นเนื้อเยื่อบริเวณตรงกกหูด้านหลังของเรา ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นที่นิยมเหมือนกัน เพราะว่าเนื้อเยื่อมีความเหนียว นิ่ม และทรงตัวได้ดี 4. เนื้อเยื่อเทียม หรือ Acellular Dermal Matrix (ADM) ( Renaderm ) (Alloderm) เป็นโครงเนื้อเยื่อที่ผลิตจากผิวหนังมนุษย์หรือผิวหนังสัตว์ นำมาผ่านกระบวนการนำเซลล์ออก ทำให้อยู่ในร่างกายมนุษย์ได้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม รูพรุน และโครงสร้างตาข่ายซ้อนไขว้กันไปมา ก่อนจะใช้งาน ต้องมีการแช่น้ำเกลือ เพื่อให้ตัวเนื้อเยื่อฟูและอุ้มน้ำ วัสดุหลักในการรองปลายมี 2แบบคือ 1. วัสดุที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง หรือร่างกายมีอยู่แล้ว เช่น กระดูกอ่อนหลังหู เนื้อเยื่อก้นกบ และเนื้อเยื่อกกหู 2. วัสดุที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมา เช่น เนื้อเยื่อเทียม